Friday, December 14, 2007

สารสกัดจากเซซามิน...สารสกัดจากเมล็ดงา

ในเมล็ดเล็ก ๆ ของ "งา" เป็นแหล่งรวมของสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย อาทิ วิตามินบี 6 ธาตุเหล็ก ไอโอดีน สังกะสี ทองแดง แคลเซียมฟอสฟอรัส โปตัสเซียม ใยอาหาร ฯลฯ และสารลิกแนน lignans ซึ่งประกอบด้วยสารอาหารที่สำคัญคือ "เซซามิน" Sesamin ที่เป็นสารแอนติออกซิแดนท์ตัวสำคัญในการ ปกป้องตับจากการถูกทำลายโดยสารพิษ แต่ในงาแต่ละเมล็ดจะประกอบด้วยสารสกัดเซซามินเพียง 0.2-0.5% เท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นปริมาณที่น้อยมาก ๆ ข้อสำคัญคือเซซามินจะสลายไป ถ้าโดนความร้อนโดยตรงที่น่าเสีย ดายกว่านั้นก็คือการกินงาโดยตรงอาจไม่ได้รับสารสกัดเซซามินเพราะ กระบวนการย่อยของร่างกายคนเราไม่สามารถย่อยเมล็ดงาได้ เพราะเมล็ดงามีโครงสร้างไฟเบอร์ที่ไม่ ละบายน้ำเป็นเกราะหุ้มอยู่ จึงไม่อาจย่อยได้ด้วยกระบวนการย่อยตามปกติในร่างกาย แต่ถ้าใครอยากรับ ประโยชน์อันน่าทึงจากสารสกัดเซซามินแล้วละก็ ขอแนะนำให้เลือกกินเซซามินสกัดที่ผ่านการส
กัด้วย กระบวนการพิเศษ ที่สามารถเก็บรักษาคุณค่าของเซซามินเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการล้างพิษให้ร่างกาย ได้ดีที่สุด

โดยปกติร่างกายกำจัดสารพิษ โดยมี "ตับ" เป็นศูนย์บัญชาการ หรือพูดง่าย ก็คือ ตับเป็นเสมือนโรงงานกำจัดสารพิษ ขนาดใหญ่ของร่างกายนั่นเอง

การจะเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายจึงขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการทำงานของ ตับ ข่าวดีคือในที่สุดนักวิจัยก็ได้ค้นพบคุณประโยชน์จากธรรมชาติชื่อ "สารสกัดเซซามิน" ที่ช่วยให้ ร่างกายขจัดสารพิษออกไปได้เร็วขึ้นทั้งยังเสริมประสิทธิภาพในการล้างพิษของตับอีกด้วย

ทั้งนั้ นักวิจัยได้ทำการทดลองในสัตว์ทดลอง 3 กลุ่มแรกเลี้ยงตามปกติ กลุ่ม 2 และ 3 เลี้ยงในห้องที่ ฟุ้งไปด้วยไอของเอธานอล (แอลกอฮอล์) โดยให้สัตว์ทดลองกลุ่มที่ 2 กินอาหารปกติ กลุ่มที่ 3 กินสาร สกัดเซซามิน จากนั้นทำการตรวจระดับสารเคมีในเลือดและเนื้อเยื่อตับ พบว่า สัตว์ทดลองกลุ่มที่ 2 และ 3 ซึ่งได้รับพิษจากแอลกอฮอร์มีระดับของสารเคมีในเลือดผิดปกติ และมีการอักเสบของตับเกิด ขึ้น แต่ความผิดปกติดังกล่าวของสัตว์ทดลองที่กินเซซามินเกิดขึ้นน้อยกว่าสัตว์ทดลองที่ไม่้ได้กิน เซซามินอย่างมีนัยสำคัญ ผลดังกล่าวยืนยัรให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเซซามินในการปกป้องตับจาก สารพิษนั่นเอง สารสกัดเซซามินในการปกป้องตับจากสารพิษนั่นเอง สารสกัดเซซามินจึงเปรียบเสมือน สูตร์ลัดที่ช่วยให้เราล้างพิษออกจากร่างกายได้ทุกวัน

นอกเหนือจากฤทธิ์ในการปกป้องตับจากสารพิษแล้ว นักวิจัยยังพบว่าสารสกัดเซซามินยังมีฤทธิ์ในการ ปกป้องหัวใจและหลอดเลือดจากการมีไขมันในเลือดสูงกว่าปกติ ช่วยลดความดันโลหิต รวมทั้งยังมี ฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีผลช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งอีกด้วย

มหัศจรรย์แห่งไข่มุกน้ำสกัด

กว่า 2000 ปีมาแล้ว ที่ชาวจีนได้บริโภคไข่มุก พระนางซูลีไทเฮา ทรงโปรดเสวยไข่ มุกจนส่ำลือกันว่ามีผิวพรรณที่งดงามขาวผุดผ่องกว่าใคร ๆ หมอ “หลี่ซึเจิน” ทั่วโลกยกย่องให้เเป็นนักเภสัชวิทยา ได้บันทึกไว้ว่าไข่มุกมีแร่ธาตุที่สำคัญและเป็น ประโยชน์ต่อร่างกาย ไขมุกมีรสหวานปนเค็ม และยังเหมาะกับสตรีมีครรภ์รับประทานเพื่อ บำรุงน้ำนม ถ้าเด็กทารกได้ดื่มน้ำนมแม่จะเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กแข็งแรงผิวพรรณผุด ผ่ิอง และยังช่วยบำรุงสมองทำให้เด็กมีเชาว์ปัญญาดี
1. ช่วยผ่อนคลายความเคลียด นอนหลังได้ดีหลับได้ลึก
2. บำรุงผิวให้ละเอียดขาวเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล
3. ลดไขมันในเส้นเลือด ทำให้เส้นเลือดอ่อนนุ่ม ไม่เปราะแตกง่ายเป็นการป้องกัน เส้นเลือดแตกในสมองอันเป็นต้นเหตุของอัมพฤกและอัมพาต
4. ยังยั้งการเติบโตและลดรอยด่างดำของผิวหนังในวัยผู้สูงอายุช่วยให้ผิวนุ่ม และขาวนวลดูละเอียดอ่อน เปล่งปลั่งสวยอย่างธรรมชาติ แลดูอ่อนกว่าวัย
5. เมื่อดื่มเป็นประจำจะเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศทั้งหญิงชาย

รอยย่น

เซลล์ที่ประกอบขึ้นมาเป็นตัวเรานั้นมีจำนวน 6 หมื่นล้านเซลล์ และในทุก ๆ เซลล์จะมีกรด DNA กรด DNA ดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญในการสร้าง COLLAGEN โดยใช้กรดอะมิโนและออกซิเจนกระบวนการสร้างดังกล่าวใช้วิตามิน C เป็นตัวช่วย
ดังนั้นเมื่อร่างกายขาดวิตามิน C จะมีผลให้ผิวหยาบกร้าน หรือผิวด้านเป็นต้น แต่เมื่อสูงอายุ ไม่ว่าจะเสริมวิตามิน C เท่าไรก็ตาม ALFA TYPE COLLAGEN มีแต่จะลดลงส่วน GAMMA TYPE COLLAGEN มีแต่เพิ่มขึ้น เมื่อผิวสากหรือหยาบกร้านจะเกิดรอยย่นง่ายขึ้น ทำให้สูญเสียแรงยืดหยุ่น หมายความว่าเมื่อเกิดรอยย่นแล้วจะไม่สามารถลบเลือนออกไปได้สาเหตุที่เกิดรอยย่นรอบตาหรือที่หางตาง่ายกว่าที่อื่นเพราะดวงตาถูกใช้งานอยู่ตลอดเวลานั่นเอง


ปัจจัยก่อ GAMMA TYPE COLLAGEN(รอยย่น) เพิ่มขึ้น มีหลายอย่างรวบรวมได้ดังนี้

ปัจจัยแรก เกิดจาก การขาดสารอาหาร โดยเฉพาะโปรตีน และวิตามินเมื่อไขมันชั้นใต้ผิวหนังลดลงทำให้ผิวหนังหย่อนเกิดรอยย่น
เหล้า บุหรี่และเครื่องเทศต่าง ๆ หากบริโภคมากเกินไปส่งผลเสียต่อกระบวนการเมตาบอริซั่มของผิวหนัง
ผิวเมื่อขาดน้ำหล่อเลี้ยงจะก่อให้เกิดรอยย่นได้เช่นกัน
รวมทั้งการใช้เครื่องสำอางที่ไม่เหมาะกับผิว
นอกจากนี้รังสีอุลตร้าไวโอเล็ต ความสกปรกที่ผิวหนังทำให้เซลล์ผิวหนังถูกทำลาย รบกวนกระบวนการเมตาบอริซึ่มของผิวหนังจึงควรหลีกเลี่ยง
ดังนั้นการป้องกันการเกิดรอยย่นทำได้โดยทานโปรตีนวิตามิน และแคลเซียม ให้พอนอนหลับเต็มอิ่ม หลีกเลี่ยงความเครียดเป็นสำคัญและที่ขาดไม่ได้ก็คือทำความสะอาดผิวหน้าและระมัดระวังการใช้เครื่องสำอาง

คอลลาเจน (COLLAGEN) หมายถึง?

ร่างกายของเราประกอบด้วยเซลล์ประมาณ 6 หมื่นล้านเซลล์ กระบวนการเมตาบอริซึ่มในร่างกายจะผลัดเซลล์เก่าที่ตายแล้วออกไปแล้วสร้างเซลล์ใหม่ทดแทนเป็นวัฎจักรอยู่เสมอ

แม้จะมีการจะมีการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นทุกวัน แต่เมื่อสูงอายุขึ้นเหตุใดผิวจึงเสื่อมสภาพลง ระหว่างเซลล์กับเซลล์นั้นมีโคลาเจนคอยยึดเซลล์กับเซลล์ไว้โคลาเจนเกิดจากสารโปรตีนมีลักษณะเป็นเส้นใย (FIBER) ผิวของเราจะดูสวยหรือไม่มีความชุ่มชื่นมากแค่ไหน มีรอยย่นหรือไม่ ล้วนแต่ขึ้นอยู่กับโคลลาเจนทั้งสิ้น

แต่หากโคลาเจนไม่มีแรงยืดหยุ่น ผิวหนังจะดูไม่มีน้ำมีนวลเมื่อส่องดูโคลลาเจนด้วยกล้องจุลทรรศน์จะเห็นไฟเบอร์ลักษณะเหมือนใยเส้นด้ายผู้มีสุขภาพดีไฟเบอร์ทั้ง 5 เส้นจะเรียงตัวเป็นเส้นตรง ทั้งผิวของคนหนุ่มสาว คนสูงอายุ คนผิวหยาบล้วนแต่มีโคลลาเจน 5 เส้น ทั้งสิ้น หากดูให้ละเอียดกว่านั้น แต่ละเส้นยังประกอบด้วยไฟเบอร์ย่อย 3 เส้น แต่การเรียงตัวของ 3 เส้นย่อยนี้อาจแตกต่างกันไปก็ได้

มีลักษณะแตกต่างกันไป 3 แบบใหญ่ ๆ ได้แก่ ALFA TYPE COLLAGERN ไฟเบอร์ย่อย 2 ใน 3 เส้นพันกัน แบบสุดท้ายคือ Gamma Type ไฟเบอร์ย่อย ทั้ง 3 เส้นไม่พันกัน มีแรงยืดหดดี ถัดมาได้แก่ BETA TYPE COLLAGEN ไฟเบอร์ย่อย 2 ใน 3 เส้นพันกัน แบบสุดท้ายคือ Gamma Type ไฟเบอร์ย่อย ทั้ง 3 เส้นไม่พันกัน มีแรงยืดหดดี ถังมาได้แก่ BETA TYPE COLLAGEN ไฟเบอร์ย่อยทั้ง 3 เส้นพันกันเป็นชนิดที่สูญเสียแรงยืดหดไป

จากระยะ ALFA ไปจนถึง GAMMA ผิวหนังจะสูญเสียความชุ่มชื่นรวมทั้งแรงยืดหดลงไปเรื่อย ๆ ทำให้ผิวแข็งหยาบมากขึ้นเมื่อสูงอายุ GAMMA TYPE COLLAGEN มีเพิ่มขึ้น ส่วน ALFA TPYE จะลดลง ดังนั้น แม้เป็นเซลล์ เดียวกันเมื่อเป็นวัยเด็กผิวจะมีความชุมชื้นและแรงยืดหยุ่นดี และจะสากขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุ ที่มากขึ้น

โคลลาเจนสร้างจากอะไร ?

ได้กล่าวถึงเซลล์ที่ประกอบขึ้นมาเป็นตัวเรานั้นมีจำนวน 6 หมื่นล้านเซลล์ และในทุก ๆ เซลล์จะมีกรด DNA กรด DNA ดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญในการสร้าง COLLAGEN โดยใช้กรดอะมิโนและออกซิเจนกระบวนการสร้างดังกล่าวใช้วิตามิน C เป็นตัวช่วย

ดังนั้นเมื่อร่างกายขาดวิตามิน C จะมีผลให้ผิวหยาบกร้าน หรือผิวด้านเป็นต้น แต่เมื่อสูงอายุ ไม่ว่าจะเสริมวิตามิน C จะมีผลให้ผิวหยาบกร้าน หรือผิวด้านเป็นต้น แต่เมื่อสูงอายุ ไม่ว่าจะเสริมวิตามิน C เท่าไรก็ตาม ALFA TYPE COLLAGEN มีแต่จะลดลงส่วน GAMMA TYPE COLLAGEN มีแต่เพิ่มขึ้น เมื่อผิวสากหรือหยาบกร้านจะเกิดรอยย่นง่ายขึ้น ทำให้สูญเสียแรงยืดหยุ่น หมายความว่าเมื่อเกิดรอยย่นแล้วจะไม่สามารถลบเลือนออกไปได้สาเหตุที่เกิดรอยย่นรอบตาหรือที่หางตาง่ายกว่าที่อื่นเพราะดวงตาถูกใช้งานอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

ล้างหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ

ผิวสวย ๆ เป็นของผู้ชอบล้างหน้า
การจะถนอมผิวสวย ๆ ไว้ ต้องเริ่มจากการล้างหน้า ไม่ว่าจะกลับบ้านดึกแค่ไหนก็จะต้องล้างเอา MAKE UP ออกล้าง
หน้าแล้วนอน


นักร้อง อิชิคาวะ ซายูริก็เช่นกัน จะรู้สึกรำคาญถ้ารู้สึกว่ายังมี MAKE UP ติดค้างอยู่ที่หน้าแม้แต่เพียงนิดเดียวยังไรก็
ต้องใช้ผ้า GAUZE กับ CEANSINE CREAM ล้างให้สะอาดเกลี้ยงเกลา เรียกว่าผู้มีผิวสวย ๆ ส่วนใหญ่เป็นของผู้
ชอบล้างหน้าก็คงไม่ผิด ทำไมการล้างหน้าจึงมีความหมายมากขนาดนั้นก็เพราะ ผิวหนังมีครีมตามธรรมชาติได้จาก
เหงื่อผสมน้ำมัน ทำหน้าที่คุ้มครองผิวที่แห้งกร้าน ทว่า ฝุ่นสกปรก และเซลล์ที่ตายแล้ว(ขี้ไคล)ติดอยู่บนใบหน้า
จะเกิดอะไรขึ้นฤดูหนาวลมเหนือ ซึ่งมีแต่ความแห้งทำให้ผิวเหมือนมีผงขาวติดตามใบหน้าส่วนฤดูใบไม้ผลิอากาศอบอุ่น
จะมีสิวหัวดำตามปลายจมูกเมื่อออกไปข้างนอกแล้วกลับ เข้าบ้านจะพบว่าใบหน้าของเราสกปรกมากโดยเฉพาะผู้แต่ง
หน้าเข็มนั้นสารเคมีในเครื่องสำอางเกิดการเปลี่ยนแปลง และติดค้างอยู่บนใบหน้า หากปล่อยทิ้งไว้หลอดเลือดฝอยเริ่ม
อุดตันกระบวนการเมตาบอริซึ่มถูกขัดขวาง เป็นเหตุให้เซลล์ผิวหนังเสื่อมสภาพลงผู้มีผิวธรรมดาควรล้างหน้าเช้ากลาง
คืนรวม 2 ครั้งส่วนผู้มีผิวมันหรือมีสิวง่ายหากเป็นได้ควรล้างหน้าวันละ 3 ครั้ง
การล้างหน้าโดยไม่ทำให้หนาบอบช้ำ
เราต้องล้างหน้าทุกวันดังนั้น จำเป็นต้องรู้วิธีล้างหน้าโดยได้ผลดีและไม่ทำให้หน้าบอบช้ำ น้ำร้อนสำหรับใช้ล้างหน้าควร
ใช้น้ำอุ่นเล็กน้อยจะเหมาะสมที่สุดน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิสูงเกินไปจะทำให้รูขุมขนขยายสิ่ง
สกปรกหลุดเข้าไปข้างในจนเป็นสาเหตุทำให้เกิดรอยย่นยิ่งกว่านั้นหากน้ำมันส่วนเกินซึ่งทำหน้าที่ปกป้องผิวหลุดออกไป
มากก็จะก่อให้เกิดฝ้า และเซลล์ผิวหนังเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ตรงกันข้ามไม่ควรใช้น้ำเย็นล้างหน้าเนื่องจากทำให้รูขุม
ขนหดตัวสิ่งสกปรกหลุดออกยากรวมทั้งคราบสบู่ยังอาจหลงเหลือติดบนใบหน้าน้ำสำหรับล้างหน้าหน้าห้ามใช้น้ำจากบ่อน้ำร้อน,
บ่อน้ำแร่ , น้ำบ่อ MINERAL WATER เป็นต้นยามที่มีแต่น้ำบ่อต้องต้มน้ำเดือนก่อนเพื่อลดความกระด้างลง สบู่ต้องใช้มือ
ถูจนฟองขึ้นเต็มที่แล้วจึงฟองหน้านิ้วจะไม่สัมผัสกับใบหน้าโดยตรงเพราะมีฟองสบู่คั่นอยู่ใช้แรงธรรมดาถูใบหน้าล้างหน้าจาก
ส่วนกลางสู่ภายนอกตามลายกล้ามเนื้อมีเคล็ดลับว่าอย่าใช้นิ้วโป้งทั้ง 2 ข้างใช้เพียง 4 นิ้วที่เหลือเท่านั้น กรณีใช้แปรงล้างหน้า
ควรหมุนเป็นลายก้นหอยแปรงล้างหน้าเหมาะสำหรับผู้มีผิวมัน เพราะสามารถขจัดฝุ่นออกง่ายสำหรับผู้มีผิวบอบบางมากควร
ใช้ผ้าGAUZE(ผ้าก๊อต) แทน สิ่งสำคัญในการล้างหน้าประการหนึ่ง คือการถูใบหน้าควรล้างหลาย ๆ ครั้งจนมั่นใจว่าไม่ม
ีคราบสบู่ตกค้างการถูแบบลวก ๆ เศษสบู่หลุดออกไม่หมดเศษสบู่นี้ทำให้ผิวเกิดอาการ ระคายเคือง เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า

สิวเสี้ยน, สิวอักเสบเกิดขึ้นได้อย่างไร

สาเหตุการเกิดสิว

ปัญหาด้านผิวหนังของวัยรุ่น 70-80% เกิดจากปัญหาเรื่องสิว เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ฮอร์โมนจะเริ่มทำงาน ต่อมไขมันก็จะขับไขมันออกมามากแต่หากขับออกมามากเกินไป ไขมันจะอุดตันอยู่ในรูขุมขน เหตุนี้หากทางออกของต่อมไขมันมีเชื้อโรคปะปนและอุดตันอยู่ที่รูขุมขนก็จะทำให้เกิดสิวขึ้น ไขมันเมื่ออุดตันอยู่ในรูขุมขน และมีสิ่งสกปรกเข้าไปจะกลายเป็นสิวหัวดำ แต่หากอุตันและพองขึ้นเรียกว่าสิวหัวหนอง ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเชื้อโรคแพร่เข้าไปในสิวจะเกิดอักเสบเรียกว่าสิวอักเสบ

สาเหตุการเกิดสิวมีหลายสาเหตุ เป็นต้นว่า ฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุลได้รับน้ำตาลหรือไขมันมากเกินไป ท้องผูก ระบบประสาทอัตโนมัติผิดปกติ อดนอน เกิดความผิดปกติในกระเพาะและลำไส้ เป็นต้น สำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่มีสิวก่อนมีรอบเดือน แสดงให้เห็นว่าเกิดจากปัญหา “ฮอร์โมนไม่สมดุล” นอกจากนี้ผู้หญิงที่ใช้เครื่องสำอางทาไว้นาน ๆ โดยไม่ล้างหน้าให้สะอาดก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน

สิวเกิดขึ้นง่ายบริเวณใบหน้า, หน้าผาก จมูก และรอบ ๆ ปาก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีไขมันสมมากนั่นเอง นอกจากนี้บริเวณที่มีไขมันมากได้แก่หน้าอก และแผ่นหลัง เหตุนี้นอกจากบริเวณใบหน้าแล้วยังควรดูแลส่วนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

วิธีป้องกันสิว

วิธีป้องกันสิวอันดับแรกคือ ล้างหน้าให้สะอาดบ่อย ๆ ขณะมีสิวควรใช้สบู่ที่คำความระคายเคืองน้อยและล้างหน้าวันละ 3 หน บางคนใช้แป้งรองพื้นเพื่อปกปิดสิว แต่ความจริงแล้วควรหลีกเลี่ยงต่อมา ไม่ทานของกินที่มีไขมันมาก เช่น ชอคโกแล็ต ถั่วพีนัท เป็นต้น สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องท้องผูก ขอแนะนำให้รักษาให้หาย ทานผักผลไม้ที่มีวิตามิน และเกลือแร่ต่าง ๆ ให้เพียงพอ เล่นกีฬา และนอนให้พอ ช่วยให้กระบวนการเมตาบอริซึ่มเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เป็นการป้องกันการเกิดสิว



ส่วนประกอบ
1. ไข่ไก่ 1 ฟอง
2. สำลีแบบแผ่น

วิธีทำ
1. นำไข่ไก่มา 1ฟอง แล้วเอาไข่แดงออก ใช้ไข่ขาวอย่างเดียว
2. นำไข่ขาวมาทาหน้า แล้วเอาสำลีแผ่นบางๆ มาวางบนหน้าในส่วนที่มีสิวเสี้ยวเยอะ เช่น จมูก ช่วงแก้มทั้งสองข้าง
3. ทาไข่ขาวลงบนสำลีอีกครั้ง ให้ชุ่ม
4. รอจนสำลีแห้ง และแข็ง เพื่อให้ได้ผลมากที่สุด (ควรให้สำลีแข็งให้มากที่สุด ก็คือแห้งสนิท)
5. ค่อย ๆ ลอกออกจากแก้มทั้งสองข้าง ควรดึงพร้อมกัน จนมาชนที่สันจมูก
6. ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

*ควรล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นก่อนเพื่อทำการเปิดรูขุมขนและเมื่อทำตามขั้นตอนทั้ง 5 เรียบร้อยแล้ว ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเพื่อเป็นการปิดรูขุมขน แค่นี้หน้าก็ใสไร้สิวเสี้ยน

การเลือกสบู่ล้างหน้า

สบู่หากลองใช้แล้วใบหน้ารู้สึกตึงปวดแสบปวดร้อน แสดงว่าสบู่ดังกล่าวมีฤทธิ์แรงเกินไปหรือน้ำหอม สี ที่เป็นส่วนผสมไม่ถูกกับผิว ควรเลิกใช้ หลังจากใช้สบู่ไปแล้วรู้สึกใบหน้าเนียนเรียบและเป็นเช่นนี้นานประมาณ 1-2 ชั่วโมง แสดงว่าสบู่ดังกล่าวเหมาะกับผิว
เวชภัณฑ์สำหรับล้างหน้าที่แพทย์โรคผิวหนังแนะนำ
ต่อไป จะขอแนะนำเวชภัณฑ์สำหรับล้างหน้าซึ่งยังไม่เคยกล่าวถึงเวชภัณฑ์สำหรับล้างหน้า (DEEP MILKY CLEANSER) มีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อน ๆ พอกับค่า PH ของผิว ปลอดภัยแม้ผิวมีผิวแพ้ง่าย มีคุณภาพในการทำความสะอาดสูง ด้วยการทำงานของเอ็นไซม์สามารถขจัดคราบ MAKE UP และเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกมาได้ง่าย ป้องกันสิว กระ บนใบหน้า เวชภัณพ์ดังกล่าวผลิตจากเภสัชกรและแพทย์โรคผิวหนังโดยสกัดจากสารธรรมชาติ เทยาล้างหน้าใส่มือ ถูให้เกิดฟอง แล้วลูบไล้ทั่วใบหน้า ไม่จำเป็นต้องอออกแรงถู ผู้มีผิวธรรมดา ควรใช้ล้างหน้าเช้าเย็นรวม 2 ครั้ง สำหรับผู้มีสิวบ่อยควรล้างหน้า 3 ครั้งในละวัน ส่วนผู้ที่มีผิวบอบบาง ควรใช้น้ำอุ่นเล็กน้อยถูให้เกิดฟองโดยถูเพียงเบา ๆ DEEP MILKY CLEANSER มีประสิทธิภาพ ขจัดสิ่งสกปกรกออกจากรูขุมขนที่อุดตันเหมาะสำหรับผู้มีผิวอ่อนบาง การล้างหน้าตอนเช้าเป็นสิ่งสำคุญไม่ว่าจะรีบแค่ไหนก็ตามขออยากให้ใช้เวลากับการล้างหน้าพอสมควร ใช้ได้แม้ยามที่ผิวแตกแห้ง